ฟิลเลอร์ Belotero แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไร

ฟิลเลอร์ Belotero แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไร

ฟิลเลอร์ Belotero แต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันอย่างไร Asean Beauty Clinic มีคำตอบ ขึ้นชื่อในเรื่องคุณสมบัติที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับฉีดได้เกือบทุกบริเวณ และยังให้ผลลัพธ์ที่มีความเป็นธรรมชาติอีกด้วย ❤️ Belotero Intense รุ่นกล่องสีชมพู เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าที่ค่อนข้างลึกมากๆ มีสาเหตุมาจากการยุบตัวของผิวหนังหรือเนื้อเยื่อจากอายุที่มากขึ้น เช่น ร่องแก้มเติมแก้มตอบ จุดเด่นของฟิลเลอร์รุ่นี้คือมีความคงตัวสูง เนื้อยืดหยุ่น ฉีดแล้วไม่เป็นก้อน 🧡 Belotero Balance รุ่นกล่องสีส้ม เหมาะสำหรับแก้ไขปัญหาริ้วรอยระดับลึกถึงปานกลาง เช่น เติมเต็มแก้มตอบ ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รอยย่นระหว่างคิ้ว และฉีดปาก มีจุดเด่นคือช่วยปรับร่องลึกให้ดูตื้น ใบหน้าดูเต็ม ริ้วรอยเหี่ยวย่นดูจางลง หรือใช้ฉีดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม 💛 Belotero Soft รุ่นกล่องสีเหลือง เหมาะสำหรับแก้ไขปัญหาริ้วรอยที่เกิดจากผิวชั้นนอก หรือผิวที่ไม่ได้มีปัญหาร่องลึกมาก เช่น บริเวณริ้วรอยใต้ตา รอยตีนกา ริ้วรอยหางตา ริ้วรอยหน้าผาก ปากตกร่อง จุดเด่นของฟิลเลอร์กล่องสีเหลืองคือเนื้อฟิลเลอร์จะมีโมเลกุลเล็ก ช่วยเก็บรายละเอียดริ้วรอยเล็กๆ ได้ดี 💜 Belotero Volume…

ฉีดสลายไขมัน VS ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ฉีดสลายไขมัน VS ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม

ฉีดสลายไขมัน VS ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม มีปัญหา แก้มอ้วน แก้ด้วยวิธีไหนดี Asean Beauty Clinic มีคำตอบ ฉีดสลายไขมัน VS ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม ” ฉีดสลายไขมัน “ เหมาะสมกับใคร ? เป็นการฉีดลดไขมันสะสมที่อยู่บริเวณชั้นใต้ผิวหนัง เหมาะกับผู้ที่มีไขมันทั่วใบหน้า อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแก้มย้วย แก้มป่อง แผลหลังทำ ? ไม่มีแผล และความเจ็บมีน้อยกว่าการผ่าตัด ผลลัพธ์ ? ไขมันไม่หมดภายในครั้งเดียว และมีโอกาสที่ไขมันจะกลับมาอีก จะต้องคอยฉีดซ้ำอยู่เรื่อยๆ ทุก 1-3 เดือน ” ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม “ เหมาะสมกับใคร ? เป็นการตัดไไขมันแก้ม จากชิ้นที่ลึกที่สุดของใบหน้า เหมาะกับผู้ที่ต้องการตัดไขมันบริเวณแก้มที่มีปัญหาย้วย หรือป่องออก แผลหลังทำ ? อาจจะมีแผลภายในปาก หลังการผ่าตัด ผลลัพธ์ ? ไขมันแก้มจะไม่กลับมาอีก หรือกลับมาน้อยมาก ผลลัพธ์หน้าเรียวถาวรไม่ต้องผ่าตัดซ้ำ

ฉีดฟิลเลอร์แล้ว เป็นก้อน เพราะอะไร

ฉีดฟิลเลอร์แล้ว เป็นก้อน เพราะอะไร

ฉีดฟิลเลอร์แล้ว เป็นก้อน เพราะอะไร Asean Beauty Clinic มีคำตอบ ฉีดฟิลเลอร์แล้ว เป็นก้อน เพราะอะไร ปัญหาเหล่านี้เลี่ยงได้ ไม่ให้เกิดกับตัวเรา จะมีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ – เลือกใช้ชนิดฟิลเลอร์ ไม่ตรงกับตำแหน่งที่ฉีด เช่น เลือกชนิดเนื้อฟิลเลอร์ที่มีความแข็ง ความหนืดสูง มาฉีดที่บริเวณใต้ตาที่มีความเบาะบาง ทำให้ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนแข็งได้ – ฉีดฟิลเลอร์ไม่ตรงกับตำแหน่งที่มีปัญหา เช่น ฉีดไปบริเวณที่ไม่ได้เป็นร่องลึก ก็จะทำให้เนื้อฟิลเลอร์ฉีดไปเนื้อนูนแข็ง ได้ เพราะฉีดผิดตำแหน่ง – หมอที่ฉีดไม่มีความชำนาญในการฉีดฟิลเลอร์ ต้องอาศัยความใจเย็น ค่อยๆเติม ไม่เร่งรีบ ดังนั้น หมอที่ฉีดให้จึงสำคัญมาก – ใช้ฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐานการตรวจสอบจาก อ.ย. เพราะฟิลเลอร์เหล่านี้ จะไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ มีโอกาสแข็งเป็นก้อน และบิดเบี้ยวได้ แก้ไขยาก ต้องผ่าตัด ขูดออกเท่านั้น – ใช้ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินไป กลายเป็นสร้างปัญหาตามมาเพิ่มขึ้นไปอีก ต้องเติมให้พอดี และเหมาะสม จะได้ผลลัพธ์สวยเป็นธรรมชาตินั่นเอง

Botox America VS Botox Korea

Botox America VS Botox Korea

Botox America VS Botox Korea โบท็อกซ์สองสัญชาตินี้ มีความแตกต่างกันอย่างไร โบท็อกซ์สองสัญชาตินี้ มีความแตกต่างกันอย่างไร ” Botox Korea “ – ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมากในประเทศไทย ราคาไม่แพงมาก – ออกฤทธิ์ไวกว่าเล็กน้อย และระยะเวลาอยู่ได้สั้นกว่าเล็กน้อย เมื่อเทียบกับแบรนด์ของอเมริกา ” Botox America “ – แบรนด์ Allergan เป็นโบท็อกซ์ตัวแรกที่นำมาใช้เพื่อความงาม – เป็นต้นแบบของโบท็อกซ์ทุกชนิด แถมยังเป็นที่นิยมใช้กันทั่วโลก – เปอร์เซ็นการดื้อยาน้อยที่สุด เพราะโปรตีนที่ใช้เป็นโมเลกุลใหญ่ – ผลการรักษาดีที่สุด เมื่อเทียบกับโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่น ๆ – ราคาแพงกว่ายี่ห้องอื่น ๆ เห็นผลชัดเจน มีความบริสุทธิ์ และอ่อนโยนมากที่สุด หน้าเรียวสวยเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง

การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม

การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม

การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม ควรทำอย่างไรบ้าง   การดูแลตัวเองหลังศัลยกรรม – งดล้างหน้าจนกว่าจะตัดไหม – ประคบเย็นหลังทำ 2-3 วัน – ประคบอุ่นหลังทำ 1 อาทิตย์ – ควรนอนหมอนสูง และไม่ควรนอนตะแคง – ทานยาตามแพทย์สั่ง

เสริมจมูกแบบ Close VS Open แตกต่างกันอย่างไร

เสริมจมูกแบบ Close VS Open แตกต่างกันอย่างไร

เสริมจมูกแบบ Close VS Open แตกต่างกันอย่างไร Asean Beauty Clinic มีคำตอบ เสริมจมูกแบบ Close VS Open แตกต่างกันอย่างไร เสริมจมูกแบบ ” Close “ ศัลยแพทย์จะเปิดแผลแค่ภายในรูจมูกเท่านั้น แพทย์บางท่านอาจจะเปิดแค่ 1 ข้าง หรือ 2 ข้าง ข้อดีคือ แผลเล็ก ไม่บวมช้ำมาก พักฟื้นเร็ว ข้อเสียคือ ศัลยแพทย์ไม่สามารถมองเห็นองค์ประกอบของจมูกได้อย่างชัดเจน ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของศัลยแพทย์ เสริมจมูกแบบ ” Open “ ศัลยแพทย์จะทำการเปิดรูจมูก 1 หรือ 2 ข้าง และผ่าแผลตรงปลายจมูก ข้อดีคือ ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นองค์ประกอบของจมูกได้อย่างชัดเจน สามารถตกแต่งทรงจมูกได้ ข้อเสียคือ เนื่องจากเปิดแผลเยอะ จะมีอาการบวมช้ำมาก พักฟื้นนาน