EP10 น้ำตานางเอก (อุทาหรณ์ ประสบการณ์ตรงจากหมอ) by หมอกระติ๊บ
เรื่องอ้วนๆ นี้หมอกระติ๊บถนัดเลย เพราะชีวิตนี้ยังไม่เคยผอม ก่อนจากกันวันนี้มาเล่าประสบการณ์ตัวเองเลยดีกว่า หลังจากเรื่องวิชาการน่าเบื่อมาฟังชีวิตอ้วนๆ ของหมออ้วนๆ คนหนึ่งที่พยายามจะผอมตลอดชีวิต!!! เริ่มจากตอนเด็กๆ ก็ไม่ได้อ้วน คนเรามักจะเข้าใจผิดว่าถ้าจะอ้วนจะผอม ชาติเป็นตัวกำหนด จริงๆ แล้วมันเป็นจริงแค่ส่วนเดียว เด็กที่เกิดมาสองกิโลก็มีโอกาสโตมาเป็นผู้ใหญ่อ้วนฉุเกินร้อยกิโลได้ ส่วนเด็กที่เกิดมาจ้ำม่ำเกินสี่กิโล ก็มีโอกาสโตขึ้นมาเป็นคนหุ่นดีผอมเพียวได้เช่นกัน ซึ่งพ่อแม่ กรรมพันธุ์เป็นส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญคือพฤติกรรมและการเลี้ยงดูต่างหากหมอกระติ๊บเกิดมาแค่สามกิโลนิดๆ แถมโตขึ้นมาไม่ใช่เด็กจ้ำม่ำ หุ่นเหมือนเด็กปกติตั้งแต่อนุบาล เพราะแม่จะควบคุมการกินตั้งแต่เด็ก คือไม่ให้กินน้ำอัดลมมาก ไม่ให้กินของหวานเยอะ พวกของทอดหรืออาหารที่มีแคลอรีสูงมากมักจะถูกจำกัดจำเขี่ยให้กินเพราะกลัวจะโตมาเป็นเด็กอ้วน แต่พอปิดเทอมมักจะได้ไปเที่ยวที่บ้านญาติ ซึ่งของกินอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งมีความเชื่อว่าเด็กอ้วนน่ารัก ปล่อยมันกินไปเหอะ เดี๋ยวโตมันก็ผอม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ เด็กที่ถูกจำกัดนู่น ห้ามกินนี่ก็ห้ามกิน ทำให้เวลาได้กินเหมือนกับตบะแตก เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่ มีอะไรให้ฉันกินอีกไหมกินทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น จังก์ฟูด ไก่ทอดยามดึก ทุเรียนเป็นลูกๆ ซึ่งตอนอยู่บ้านไม่ได้กิน ทำให้โหยกระหายเป็นพิเศษ ไอ้นู่นก็ไม่เคยกิน ไอ้นี่ก็อยากกิน ทำให้เกิดภาวะบรู้มมม!! ร่างเกือบแตกน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียบ แค่ปิดเทอมสองเดือนกว่าๆ และมันเป็นจุดเริ่มของการเป็นเด็กอ้วน เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรจะฉุดอยู่แล้ว พอไม่ได้กินก็จะงอแงจนสุดท้ายก็จะได้กิน จากนั้นก็ดำเนินชีวิตแบบเด็กอ้วนมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้ามัธยมศึกษา ตอนประถมศึกษาก็ไม่ได้มีความอยากสวยอะไร แม้ว่าจะอยู่โรงเรียนหญิงล้วน เรื่องอ้วนก็เป็นเรื่องธรรมดาเด็กอ้วนเยอะแยะ อ้วนกว่าเรามีอีกเยอะ …










