EP4 สารพัดครีมครอบจักรวาล ตัวไหนจริงใจ ตัวไหนไก่กา by หมอกระติ๊บ

ก่อนหน้านี้ได้พูดถึงเรื่องอาหารเสริมไปแล้วนะคะ  ตอนนี้จะมาพูดถึงเรื่องครีมบ้าง  มหากาพย์ของครีมนี่ก็ไม่แพ้อาหารเสริมเลยนะคะ  เผลอๆ ตำนานจะอลังการงานสร้างกว่าด้วยซ้ำเนื่องจากเป็นของซื้อง่ายขายคล่อง  แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าครีม  เซรั่มบลาๆ  เหล่านั้นจริงใจหรือไก่กา  วันนี้หมอกระติ๊บจะมาเมาท์มอยให้ฟังอีกแล้วจ้า

ต้องบอกก่อนเลยว่าในฐานะคนเคยทำครีมขาย (มี อย.ถูกต้องนะจ๊ะ)  รู้เลยว่าสมัยนี้การทำครีมไม่ยาก  เพราะว่าโรงงานทำครีมมีสูตรผสมเสร็จ  (พูดเหมือนกับปูนซีเมนต์)  ออกมามากมายพูดแล้วก็มีเรื่องจะเล่าให้ฟังอีกยาวค่ะ  แต่ก่อนอื่นอยากจะเล่าถึงประวัติศาสตร์ของครีมกันก่อน  ประวัติศาสตร์ครีมนี้เป็นสิ่งที่หมอกระติ๊บคิดค้นขึ้นเอง  ไม่ได้ผ่านการวิจัยจากสถาบันใด (สรุปเธอนั่งเทียนสินะ ใช่ม้ายยย พูด!)  โดยเริ่มตั้งแต่สมัยก่อนที่หมอกระติ๊บยังเด็กยังเล็ก ครีมตามท้องตลาดไม่ได้ใส่กระปุกขายกันมากมายแบบสมัยนี้  เอาเป็นว่ายี่ห้อเคาน์เตอร์แบรนด์ดังก็มีขายมานานแล้วละ  แต่ว่าสำหรับผู้ใหญ่และคนมีเงินเท่านั้น สมัยก่อนเด็กๆ  วัยรุ่นจะใช้ครีมพวกโลชันขาวๆ ขวดน้ำใสๆ (ไม่ขอระบุยี่ห้อนะคะ แหะๆ)  ถามว่าครีมพวกใส่กระปุกขายมีไหมตอนนั้นยังไม่เชี่ยวชาญนะคะ  เนื่องจากยังเด็กอยู่  แต่คิดว่าพวกครีมตลับจะมีขายตามคลินิก  จำพวก  ครีมทาสิว  แป้งทาสิว  พวกนี้มีตามคลินิกและร้านขายยา  แต่ไม่ได้มีอะไรให้เลือกสรรมากมายแบบสมัยนี้  ล่วงเลยมาถึงปัจจุบันที่ครีมตามท้องตลาดต่างๆมีนับหมี่นนับพันยี่ห้อ  สรรพคุณสารพัดค่ะ  มีทั้งครีมหน้าขาว  ครีมหน้าใสครีมหิมะ  ครีมหน้าเรียว  คือแบบเยอะมาก  สารพัดจะครีม  แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าครีมตัวไหนจริงใจ ตัวไหนไก่กา

เนื่องจากสมัยนี้โรงงานผลิตครีมมีมากขึ้น  และมีการขยายบริการมากขึ้นอย่างที่ได้กล่าวไว้ตอนแรก มีทั้งการรับจดแจ้ง อย.การสร้างแบรนด์  มีครีมสูตรสำเร็จมาให้เลือก  พร้อมกระปุกแพ็กเกจจิงสวยงาม  ตีฉลากทำแบรนด์มาให้เสร็จ  ในยุคนี้เราถึงได้เห็นครีมล้นตลาดเป็นดอกเห็ด  แต่ครีมตัวไหนจะดีจริงก็ขึ้นกับสูตรครีมและส่วนผสมที่ใส่ค่ะ  ซึ่งส่วนผสมอันตรายที่ อย. ห้ามนำมาใส่ครีมที่วางขายทั่วไป (เครื่องลำอาง) หลักๆ คือ ปรอท ไฮโดรควิโนน (ยาหลักที่ใช้รักษาฝ้า) กรดวิตามินเอ และสเตียรอยด์

นอกจากนี้  จะเป็นพวกสารตัวทำละลายต่างๆ  ซึ่งมักเป็นสารระเหยที่เป็นพิษแก่ร่างกายและเกิดอาการแพ้ได้  ซึ่งอยู่ในพวกยาย้อมผม  ยาทาเล็บ  ซึ่งหมอจะละไว้ในที่นี้  โดยเฉพาะปรอทที่ห้ามใช้  เพราะทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายได้หากดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากๆ  แต่ไฮโดรควิโนน  กรดวิตามินเอ  สเตียรอยด์มีการอนุญาตให้ใช้เป็นยาได้  ซึ่งต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ถามว่าสมัยนี้สารไวเทนนิงที่ไม่เป็นอันตรายมีไหม  มีเยอะค่ะ  ไม่ว่าจะเป็น  อาร์บูติน กรดโคจิก ลิโคไลซ์ วิตามินซี และอื่นๆ  อีกมากมาย  แต่ที่ยังมีการใช้ก็คือพวกสารอันตรายพวกนี้ผสมอยู่เป็นเพราะอะไร  เพราะส่วนผสมเหล่านี้ส่วนใหญ่ราคาถูกและเห็นผลเร็วสุดๆ  ในเรื่องการทำให้ผิวขาว  แต่ว่าขาวแบบป่วยๆ  เพราะหากใช้ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานๆ  จะเกิดอันตรายกับผิว  ทั้งการเกิดผิวด่างถาวร  เกิดฝ้าดื้อฝ้าถาวร  และร้ายที่สุดคือพิษจากปรอทที่มีผลกับอวัยวะภายใน

ภัยร้ายอีกอย่างคืออาการหน้าพังที่เกิดจากผิวมีการผลัดลอกมากเกินไป  เมื่อใช้ครีมเป็นเวลานานๆ  ทำให้ผิวบางลง  ไวต่อแสงมากขึ้น  อาการสิวผดที่เกิดจากสเตียรอยด์หรือที่เรียกว่าสิวสเตียรอยด์เห่อมาก รักษายากรักษานาน  มีการเกิดเส้นเลือดเล็กๆ บนผิวหน้าบางคนมีอาการที่ชาวบ้านเรียกว่าหน้าติดสเตียรอยด์  คือเมื่อหยุดใช้ทันทีจะมีอาการเห่อของสิวของผื่นขึ้นมามากกว่าเดิม  ทำให้ต้องมีการกลับมาใช้ช้ำซาก  และใช้อย่างผิดวิธีจนหน้าพังครีมก็คล้ายๆ  กับยาตรงที่ว่าเราดูภายนอกจะไม่สามารถรู้ได้ว่าข้างในมันใส่อะไรบ้างจริงๆ  ถึงเม้บางอย่างจะแยกได้ด้วยสี  กลิ่นแต่ส่วนใหญ่แล้วเมื่อมีการแต่งสีแต่งกลิ่นก็ไม่สามารถแยกได้แล้วและแม้ว่าจะมีการทดสอบด้วยสารที่เปลี่ยนสีเมื่อเกิดปฏิกิริยา  เช่นการทดสอบสารปรอท  ไฮโดรควิโนน  หรือมีชุดทดสอบครีมออกมาแต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องมานั่งทดสอบครีมทีละตัวๆทุกตัว  ก่อนใช้มันคงเป็นไปได้ยาก  ชีวิตคนเราจะใช้ครีมสักตัวอะไรมันจะอยู่ยากขนาดนั้น

เอาเป็นว่าหลักๆ เลยก็คือดูความน่าเชื่อถือของครีม  ถ้าเป็นเคาน์เตอร์แบรนด์  เวชสำอาง  ที่ขายกัน  มีการผ่าน อย. ผ่าน US FDA มา  ก็จะน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง  จะเห็นผลช้าหรือแพงเล็กน้อยแต่พอจะเชื่อได้ว่าไม่น่าจะใส่สารอันตราย  และมีรายละเอียดของส่วนผสมบอกอย่างชัดเจน  มีวันผลิต  วันหมดอายุ  สถานที่ผลิตชัดเจน  ส่วนครีมสารพัดครอบจักรวาลรีวิวรูปที่ผ่านโฟโตชอปมาจนขาวใสไร้จุดด่างดำก็เชื่อยาก  เพราะบางชุดเป็นครีมใส่มาในกระปุกแบบบ้านๆ  ไม่มีฉลากอะไรทั้งสิ้น  ทำมาขายกันเป็นชุดๆ  ใช้สามวันหน้าขาวใสเป็นกระดาษ  ก็ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าผสมสารอันตรายแน่ๆ

ส่วนครีมคุณหมอ  ครีมโรงพยาบาล  พวกนี้ถามว่าเชื่อได้ไหมก็ให้ดูที่เลขที่จดแจ้งเป็นหลัก  (ครีมจะใช้เลขที่จดแจ้งเป็นตัวบ่งบอกความถูกต้อง ไม่ใช่เลข อย. เพราะไม่ใช่อาหารและยา แต่เลขที่จดแจ้งนี้จะใช้กับเครื่องลำอางจ้า  โดยให้เข้าเว็บไซต์ของ อย.  เพื่อดูว่าเลขที่จดแจ้งนี้ตรงกับฉลาก  ชื่อตรงกับบริษัทผู้ผลิตที่จดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจริง  มีส่วนผสม  วันผลิตวันหมดอายุครบในฉลาก  อย่าค้นแค่ว่ามีเลขก็พอ  เพราะเดี๋ยวนี้ครีมก็มีการสวมเลขเหมือนอาหารเสริมแหละ  คือเอาไว้หลอกชาวบ้านว่ามีเลขที่จดแจ้งจริง  แต่จริงๆ  ไปสวมเอาของตัวอื่นมาใส่แทน  ถ้าคุณเป็น สิว ฝ้า หรือโรคผิวหนังก็ต้องพึ่งยาอยู่ดี  ซึ่งในกรณีนี้แนะนำให้พบหมอ  เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธีมากกว่าไม่ใช่ซี้ซั้วซื้อครีม  ซื้อยามาใช้เอง  ผลเสียมันจะมากกว่าผลดี

สุดท้ายนี้หากคุณต้องการมีผิวพรรณที่ดี  ผิวพรรณที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นผิวขาวขาวซีดเป็นกระดาษ  เหมือนกับค่านิยมปัจจุบันนี้ที่คลั่งขาว  คลั่งผอม  ควรจะมีผิวดีไปพร้อมกับสุขภาพที่ดีด้วย  ดูแลจากภายในโดยการกินอาหาร  ออกกำลังกาย  พักผ่อนนอนหลับ  คือไม่ต้องขาวเวอร์ๆ  ก็สามารถดูดีได้หากคุณรู้จักดูแลตัวเอง  ไม่จำเป็นต้องเสาะหาครีมอันตรายมาใช้ให้หน้าพัง  เพียงแค่ยอมรับในความสวยในแบบของตนเอง  แล้วทุกอย่างก็จะดีเองเชื่อสิจ้า

ถามมาตอบไป by หมอกระติ๊บ

by หมอกระติ๊บ

Q: คุณหมอมีวิธีการง่ายๆ ที่ทำให้หน้าขาวแบบไม่เป็นอันตรายไหมคะ

A: วิธีการง้ายง่าย  แถมไม่อันตราย  คือวิธีการป้องกันค่ะ  การที่ผิวคล้ำลงเกิดจากรังสียูวี ซึ่งถ้าเราเริ่มทากันแดดตั้งแต่เนิ่นๆ  ก็สามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีที่เป็นสาเหตุทำให้ผิวคล้ำลงได้ค่ะวิธีเลือกครีมกันแดดก็ควรเลือกที่กันได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี คือมี SPF และ PA ส่วนใหญ่ที่แนะนำกันก็จะเป็น  SPF50 PA+++  ก็น่าจะเพียงพอต่อการปกป้องแสงแดดของสภาพบ้านเราค่ะวิธีการทาก็สำคัญค่ะ  ไม่ใช่ทาเป็นหยด  แต่ควรใช้ปริมาณประมาณเหรียญสิบบาท  ทาหนาพอสมควรให้ทั่วใบหน้าและลำคอค่ะ  ถ้าเกิน 4 ชั่วโมงแล้วมีการออกแดดเพิ่มก็ควรทาซ้ำอีกรอบนึ่งค่ะส่วนเรื่องครีมหน้าขาว  หน้าเงา  หมอขอออกความเห็นแค่ว่าอยากใช้ก็ไม่มีใครว่าค่ะ  เลือกตัวที่ไม่มีสารอันตรายก็น่าจะโอเคแล้ว  ใครใคร่ทาอะไรก็ทา

Q: ถ้าบรรพบุรุษหนูดำมาตั้งแต่เกิด  แต่หนูอยากขาวมาก เห็นดารากินวิตามินกันเป็นกำๆแล้วเขาก็ขาวโอโมสุดๆ  ถ้าหนูกินบ้างจะพอมีโอกาสขาวแบบนั้นบ้างไหมคะ

A: ความจริงแล้วสวยแบบผิวสีสมัยนี้ก็ถือว่าเริดนะคะ  จริงๆ คนไทยมีผิวออกสีเหลืองอยู่แล้วนะคะ  ไม่ใช่ดำปี๋  แต่หมอว่าการที่ค่านิยมสมัยนี้มันคลั่งขาวคลั่งผอมอันนี้หมอเข้าใจค่ะว่าเราก็ต้องตามกระแสบ้าง แต่การกินยาเป็นกำๆ  นี่หมอไม่เห็นด้วยค่ะ  ดารา  พริตตี้บางคนเขาไม่ได้มีกรรมพันธุ์  ผิวสีอยู่แล้ว  เด็กบางคนว่ายน้ำหรือเล่นกีฬากลางแจ้งเลยคล้ำ  พอโตเป็นสาวขึ้นมางดออกแดด  ดูแลตัวเอง  ทาครีมกันแดด  กินวิตามินบ้างใช้แอปปดสีคาเมร่าบ้างก็ดูขาวเป็นเรื่องปกติค่ะ  ส่วนที่ว่าดำแบบชาวนิกรอยด์แล้วจะมาผิวแบบคอเคเซียนมันเป็นเรื่องผิดธรรมชาติค่ะ  หมอว่าเป็นไปได้ยาก  ถ้าเป็นโรค  มีสิ่งผิดปกติ เช่น โรคVitiligo หรือพวกคนเผือกก็พอจะเป็นได้ค่ะ  แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ดีนะคะ  คือขาวแบบผิดธรรมชาติหมอว่าถ้าน้องอยากขาวขึ้น  เนียนขึ้น  ผิวสวยขึ้นอันนี้ไม่ว่ากันค่ะ  ทาครีมกันแดด  ใส่แขนยาวกินวิตามินเสริม  พวกวิตามินซี  วิตามินอี  พริมโรส  หรือพวกแอนติออกซิแดนต์นิดๆ หน่อยๆ  ก็ทำให้ผิวขาวเนียนและสวยขึ้นได้แล้วค่ะ  แต่ถ้ามันไม่ขาวออร่าเรืองแสงเป็นหลอดนีออนก็จงพอใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นดีกว่าค่ะ หมอว่าสวยแบบสไตล์เราดีกว่าสวยเป็นศพนะคะ  เข้าใจตรงกัน

Share on social networks